จะติดตั้งผ้าม่านทั้งที อย่าใจร้อน! เพราะติดแล้วติดเลย และอยู่กันไปอีกนาน

 วันนี้จะพามารู้จักกับผ้าม่าน 15 รูปแบบกันสักหน่อย จะไม่ได้ด่วนตัดสินใจกันไปซะก่อนจ้า 

ม่านม้วน (Roller Blinds) จะมีชุดรางควบคุมการม้วนเก็บขึ้นและปล่อยลง อาจจะใช้โซ่พลาสติกที่ดึงด้วยมือ หรือมีระบบมอเตอร์ไฟฟ้า

มู่ลี่ (Venetian Blinds) สามารถพรางตาจากคนภายนอก โดยที่คนภายในบ้านสามารถมองออกไปได้

ม่านพับ (Roman Blinds) ใช้รอกในการดึงผ้าม่านทบเป็นชั้นๆ เรียงซ้อนกันขึ้นไปจากด้านล่างขึ้นด้านบน ใช้งานง่าย นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย

1. ม่านจับจีบ (Pinch Pleat / Pencil Pleat)
ม่านจับจีบ เป็นม่านที่ได้รับความนิยมสูงสุด เพราะระยะจีบของผ้าม่านที่ถูกล็อคไว้อย่างคงที่จะทำให้จีบของม่านมีความสวยงามเสมอไม่ว่าจะปิดหรือเปิด อีกทั้งยังใช้รอกและเชือกในระบบเปิด-ปิดม่าน จึงเป็นความหรูหราที่สะดวกสบาย และคงทน

2. ม่านจีบถ้วย (Goblet Pleat)
ม่านจีบถ้วย เป็นม่านจีบประเภทหนึ่งที่ล็อคระยะจีบไว้อย่างเท่าๆ กันและคงที่ ทำให้มีความสวยงามอย่างไม่ผิดพลาด ตัวจีบมีการเย็บเป็นรูปแก้วไวน์ เพื่อเพิ่มลูกเล่น ความหรูหรามากยิ่งขึ้น

3. ม่านลอนแบบ S-Curve (Wave Curtains)
ม่านลอนแบบนี้จะไม่มีการเย็บจับจีบผ้าแบบม่านจีบ แต่ระยะลอนม่านที่สวยงามเกิดจากการล็อคด้วยเชือกในรางม่าน ข้อดีของม่านประเภทนี้คือประหยัดผ้า และดูโมเดิร์นกว่าม่านจีบ

4. ม่านลอนแบบ Back Tabส่วนหัวของม่านไม่มีการจับจีบ แต่จะเป็นการเย็บแถบผ้าด้านหลังสำหรับสอดราวผ้าม่าน ระยะลอนผ้าเกิดจากการจัดแต่งด้วยมือ แม้จะเป็นม่านที่ดูเรียบง่าย แต่ถือว่าตัดเย็บยาก ผู้ตัดเย็บต้องมีความชำนาญ เพราะมิฉะนั้นผ้าจะทิ้งตัวบิดเบี้ยว ไม่สวยงาม

5. ม่านคอกระเช้า (Tab-Top Curtains) เป็นม่านอีกประเภทที่ได้รับความนิยมอย่างสูง หูม่านหรือสายสำหรับคล้องม่านมีลักษณะคล้ายเสื้อคอกระเช้า ซึ่งจะโชว์ให้เห็นราวม่านมากกว่าม่านประเภทอื่นๆ จึงต้องคำนึงถึงความสวยงามของราวม่านด้วย

6. ม่านตาไก่ (Grommet / Eyelet)
เป็นอีกหนึ่งม่านสำเร็จรูปยอดนิยมในท้องตลอด เป็นม่านที่ใช้ห่วงตาไก่มาติดด้านบนของผ้าม่าน เมื่อร้อยม่านไปกับราวแล้วสามารถจัดระยะห่างของลอนม่านได้อย่างง่ายดาย ประหยัดผ้า ติดตั้งง่าย ถอดซักสะดวก ไม่มีปัญหาจุกจิก และดูโมเดิร์นกว่าม่านประเภทอื่นๆ

7. ม่านห่วง (Cartridge)
เป็นม่านที่ตัดเย็บช่องสำหรับใส่ตะขอม่านไว้ด้านหลัง และนำตะขอไปเกี่ยวกับห่วงม่านที่ร้อยไว้ในราวม่าน ข้อดีของม่านประเภทนี้คือใช้การตัดเย็บที่เรียบง่ายไม่ยุ่งยากเลย แต่ต้องคำนึงถึงความสวยงามของราวม่าน

8. ม่านแป๊ป (Rod Pocket Pleat)
ม่านแป๊ป เป็นรูปแบบม่านที่ง่ายมากๆ ทั้งการตัดเย็บและการใช้งาน โดยส่วนบนของผ้าม่านจะมีช่องหรือ Pocket สำหรับร้อยราวผ้าม่าน (หรือ Rod) ส่วนการจับลอนทำง่ายๆ เพียงรูดผ้าม่าน เพื่อให้มีลักษณะย่นๆ ตามที่ต้องการ

9. ม่านพับ (Roman Blinds)
เป็นม่านที่ใช้รอกในการดึงผ้าม่านทบเป็นชั้นๆ เรียงซ้อนกันขึ้นไปจากด้านล่างขึ้นด้านบน ใช้งานง่าย สะดวก แข็งแรง และทำความสะอาดง่าย นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย


10. ม่านน้ำตก (Austrian Curtains)

ม่านน้ำตกหรือที่เรียกว่าม่านละคร เป็นรูปแบบผ้าม่านที่มีลักษณะเป็นชั้นๆ คล้ายน้ำตก การเปิด-ปิดผ้าม่านใช้รอกในการดึงผ้าม่านขึ้นลง ดูหรูหรา คลาสสิก เหมาะกับผ้าที่มีน้ำหนักเบา พลิ้วไหว

11. ม่านบอลลูน (Balloon Blinds)
เป็นรูปแบบผ้าม่านที่เปิด-ปิดในแนวขึ้น-ลงคล้ายกับม่านน้ำตก แต่กลไกลเรียบง่ายกว่ามาก โดยอาจจะใช้เพียงแถบผ้าสองแถบสำหรับผูกเป็นโบว์เมื่อเปิดม่านไว้ หรือเป็นกลไกลรอกสองเส้นเพื่อดึงเปิดในแนวขึ้น-ลง


12. ม่านม้วน (Roller Blinds)
ระบบการทำงานของม่านม้วน จะมีเป็นชุดรางม้วนเก็บม่านขึ้นและปล่อยลง มีทั้งโซ่พลาสติกที่ดึงด้วยมือ และระบบมอเตอร์ไฟฟ้า

13. มู่ลี่ (Venetian Blinds)
มูลี่คือม่านที่ทุกคนคุ้นเคยกันดี ข้อดีของมันคือสามารถปรับองศาเพื่อรับหรือบังแสงได้หลายระดับ อีกทั้งยังสามารถพรางตาจากคนภายนอก โดยที่คนภายในบ้านสามารถมองออกไปได้

14. ม่านปรับแสง (Vertical Blinds)

ม่านปรับแสง มีกลไกลคล้ายมูลี่แต่ต่างกันตรงที่ม่านปรับแสงเป็นม่านแนวตั้ง สามารถปรับองศาของใบม่านได้ถึง 180 องศา กำหนดให้แสงผ่านได้ตามความต้องการ จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั้งบ้านและอาคารสำนักงาน

15. ม่านพาแนลแทรค (Panel Track)
กลไกลของม่านพาแนลแทรค คือตัวบานม่านที่สามารถสไลด์ไปตามรางเพื่อเปิด-ปิดได้อย่างง่ายดาย จุดเด่นอีกอย่างคือเราสามารถปรับขนาดความสูงความกว้างของบานม่านได้ และกำหนดจำนวนบานสไลด์ ได้ตามความต้องการ

 

Share post
You must be logged in to post a comment
Top